
Raum Matinee Concert
Gangnam-gu·โซเชียลเวนิว ราอุม

ฟรี · Gangnam-gu Hidden M Gallery
Hidden M Gallery จัดนิทรรศการกลุ่ม 3 ศิลปิน ได้แก่ Lee Ji-woo, Hong Su-jung และ Hwang Ho-seok ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ถึง 27 สิงหาคมนี้ นิทรรศการนี้มุ่งเน้นไปที่ความหมายของการจ้องมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน และวิธีที่สายตานั้นก่อตัวเป็นประสาทสัมผัสและความทรงจำ ตลอดจนสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาในภาษาของภาพเขียน ศิลปินทั้งสามมองไปยังวัตถุที่แตกต่างกัน ได้แก่ ทิวทัศน์ สิ่งมีชีวิต และชีวิตประจำวัน แต่งานของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การจำลองโลกที่มองเห็นได้ ในทางกลับกัน พวกเขาสั่งสมอารมณ์ เวลา และร่องรอยของการมีอยู่จริงที่ปรากฏขึ้น ณ จุดที่สายตาหยุดลงไว้บนผืนผ้าใบ ทำให้เราตระหนักถึงโลกที่คุ้นเคยในมุมมองใหม่ เรามองเห็นฉากต่างๆ มากมายในแต่ละวัน แต่ใช่ว่าทุกทิวทัศน์จะประทับอยู่ในใจเราด้วยความลึกซึ้งที่เท่ากัน บางฉากเพียงแค่ผ่านไป แต่บางฉากกลับตรึงอยู่ในใจเป็นเวลานานและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นั่นไม่ใช่เพราะรูปร่างที่มองเห็นด้วยตา แต่เป็นเพราะแสงและอากาศ อารมณ์และเวลา ตลอดจนสัมผัสที่ยากจะอธิบายในช่วงเวลานั้นได้สั่งสมร่วมกัน การมองไม่ได้เป็นเพียงการเฝ้ามองวัตถุเท่านั้น สัมผัสบางอย่างดึงดูดสายตา และบางฉากหลังจากหยุดมองเป็นเวลานาน ในที่สุดก็กลายเป็นความทรงจำและอารมณ์ สิ่งที่เราเก็บไว้ในใจอาจไม่ใช่ทิวทัศน์ที่ผ่านไปต่อหน้าต่อตา แต่เป็นโลกใบใหม่ที่สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่สายตาหยุดนิ่ง นิทรรศการนี้ให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของสายตา ภาพเขียนไม่ใช่สื่อที่ย้ายความเป็นจริงตรงหน้ามาโดยตรง แต่เป็นภาษาที่สร้างเวลาและอารมณ์ที่สายตาได้ผ่านพ้นขึ้นมาใหม่ สี เส้น พื้นผิว และร่องรอยที่ทิ้งไว้บนผืนผ้าใบไม่ใช่การแสดงออกที่เรียบง่าย แต่เป็นผลจากการสะสมเวลาแห่งการจ้องมอง ซึ่งซึมซับความสัมพันธ์ที่ศิลปินมีต่อโลกเอาไว้ ศิลปินทั้งสามใช้ภาษาทางทัศนศิลป์ที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาทั้งหมดก็นำสัมผัสที่เคยหยุดนิ่งอยู่กับตนเองเป็นเวลานานกลับมาสู่ปัจจุบันผ่านจิตรกรรม งานของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความลึกของสัมผัสที่ยังคงอยู่แม้สายตาจะผ่านพ้นไปแล้ว มากกว่าที่จะอธิบายเพียงฉากใดฉากหนึ่ง ภาพเขียนของศิลปิน Lee Ji-woo ไม่ได้เริ่มต้นจากช่วงเวลาที่มองทิวทัศน์ แต่เริ่มจากกระบวนการอ่านสัมผัสของวันที่หยุดนิ่งมานานอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่ศิลปินถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบนานไม่ใช่รูปแบบของสถานที่หรือทิวทัศน์เฉพาะ ฉากในชีวิตประจำวัน เช่น หนังสือที่อ่านเมื่อวานตรงหัวเตียง เก้าอี้ตอนเที่ยง ประตูที่มีลวดลายสีน้ำเงินในแสงแดดฤดูร้อน หน้าต่างในเย็นฤดูร้อน เลมอนข้างบทละคร ระหว่างนาฬิกาหนึ่งนาฬิกากับสิบนาฬิกา เงาเมฆ และหยดตาเตียง ทั้งหมดนี้กลายเป็นสัมผัสและความทรงจำผ่านสายตาที่หยุดมองเป็นเวลานาน ทิวทัศน์ที่เฝ้ามองเป็นเวลานานเริ่มแสดงสีหน้าเหมือนใบหน้าในบางขณะ และศิลปินเรียกแววแห่งอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนนั้นว่า 'สีหน้า' อารมณ์อย่างความโดดเดี่ยว ความตื่นเต้น และความรักถูกควบแน่นเป็นชั้นของแสงและสีที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำ และเผยออกมาเป็นสีหน้าหนึ่งบนผืนผ้าใบอีกครั้ง ทิวทัศน์ไม่ได้เป็นวัตถุภายนอกอีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดเชื่อมต่อทางสัมผัสที่ตนเองและโลกมาพบกัน ศิลปินแสดงกระบวนการสั่งสมสัมผัสของวันผ่านเนื้อวัสดุ โดยการวางทับเม็ดสี อนุภาคหนา น้ำมัน และสีลงบนผืนผ้าใบ บางสิ่งหยุดนิ่งอยู่บนหน้าผ้าใบ บางสิ่งผ่านพ้นไปทิ้งไว้ซึ่งร่องรอยและร่องลึก ความหนาและความหนาแน่นของรอยนูนเหล่านั้นกลายเป็นชั้นที่สร้างขึ้นจากการสะสมของเวลาและความทรงจำที่ผ่านพ้นไป ในกระบวนการซ้อนทับและลบเลือน มันก่อตัวเป็นชั้นเหมือนความทรงจำหนึ่ง และร่องรอยที่เกิดจากแรงกดและความเสียดทานก็สร้างเนื้ออารมณ์ขึ้นมา การซ้ำซากนี้ไม่ใช่เพียงผลทางทัศนศิลป์ แต่คล้ายกับโครงสร้างของเวลาที่สัมผัสของวันที่ไม่ได้ถูกบันทึกด้วยคำพูดถูกสะสมและแปรเปลี่ยนไป มันคือกระบวนการอ่านวันเวลาที่เคยอยู่ใกล้จนมองข้ามไปอีกครั้ง มากกว่าที่จะบันทึกเหตุการณ์พิเศษของศิลปิน สัมผัสที่ไม่ได้เขียนลงในไดอารี่และไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดถูกซ้อนทับบนผืนผ้าใบจนกลายเป็นทิวทัศน์ 'สีหน้า' ที่สร้างขึ้นเช่นนี้จึงไม่ใช่ภาพพอร์ตเทรตของบุคคลเฉพาะ แต่เป็นอีกหนึ่งภาพพอร์ตเทรตที่โลกซึ่งเผชิญผ่านทิวทัศน์และจิตใจภายในของตนเองมาตัดกัน สายตาของศิลปินไม่ได้หยุดอยู่แค่การมองทิวทัศน์ แต่อ่านอารมณ์ของการมีอยู่ที่ซึมซับอยู่ในนั้น ทำให้พวกเรามองโลกได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเช่นกัน ศิลปิน Hong Su-jung มองชีวิตว่าเป็นวงจรขนาดใหญ่ที่เกิดและดับสลายซ้ำๆ ไม่สิ้นสุด ระนาบสีอันสวยงามที่คลี่ออกบนผืนผ้าใบไม่ใช่รูปทรงที่เสร็จสมบูรณ์ แต่เป็นเหมือนแผ่นฟิล์มบางๆ ที่ห่อหุ้มพลังแห่งชีวิตที่เคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้งไว้ชั่วคราว ศิลปินจะทิ้งชั้นสีอะคริลิกสีแดงไว้บนผืนผ้าใบเป็นอันดับแรก มันคือชีพจรดั้งเดิมของชีวิตและร่องรอยของพลังงานที่เดือดพล่านลึกเข้าไปภายในจิตใจมนุษย์ หลังจากนั้น สีน้ำมันโทนสีสงบจะถูกทาเกลื่อนทับหนาๆ เพื่อซ่อนพลังชีวิตดั้งเดิมไว้ชั่วคราว ทว่าพลังงานที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้าใบกลับไม่ได้หายไปไหน แต่นั่งรอคอยช่วงเวลาที่จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่สีน้ำมันจะแข็งตัว ศิลปินจะใช้เข็มขูดและแกะสลักผืนผ้าใบ การกระทำนี้ไม่ใช่เทคนิคทางทัศนศิลป์ทั่วไป แต่เป็นการแสดงออกที่ดึงเอาพลังชีวิตที่ซ่อนอยู่ออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง และเป็นกระบวนการรักษาที่เผชิญหน้ากับบาดแผลโดยไม่หลบเลี่ยง ผ่านช่องว่างที่ถูกขูดออก ชั้นสีแดงเริ่มหายใจอีกครั้ง และในที่สุดผืนผ้าใบก็ได้รับลมหายใจ เส้นสายบางๆ นับไม่ถ้วนที่ซ้อนทับกันหลังจากนั้นไม่ได้เติมเต็มบาดแผลที่เข็มทิ้งไว้ แต่สร้างการไหลเวียนของชีวิตใหม่ ความหนาแน่นขนาดใหญ่ที่เกิดจากเส้นหยาบและประณีตพันเกี่ยวกันอย่างเป็นระบบนั้นคล้ายกับคลื่นของจักรวาล แสดงให้เห็นถึงวงจรที่ชีวิตถูกสร้างขึ้นและฟื้นฟูอย่างไม่สิ้นสุด ภาพเขียนของ Hong Su-jung เผยให้เห็นสัมผัส พลังงาน และการไหลเวียนของชีวิตที่มองไม่เห็นก่อนที่จะกลายเป็นรูปทรงบนผืนผ้าใบ สายตาของศิลปินขยายไปไกลกว่าการมองวัตถุ สู่การรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวและพลังแห่งการมีอยู่ที่ซ่อนอยู่ภายใน ภาพเขียนของศิลปินจึงไม่ใช่พื้นที่สำหรับซ่อนบาดแผล แต่เป็นเวทีบันทึกเวลาที่ชีวิตได้ผลิบานอีกครั้ง ศิลปิน Hwang Ho-seok เฝ้ามองชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายที่อยู่ใกล้ที่สุดและมักถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน ครอบครัวและเพื่อนฝูง วันเวลาที่ซ้ำเดิม เวลาที่คุ้นเคยในการเดินทางไปกลับระหว่างห้องทำงานและบ้าน ดูเหมือนจะผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดๆ แต่ภายในสายตาของศิลปิน สิ่งเหล่านี้กลับเปลี่ยนเป็นบันทึกชีวิตที่ล้ำค่าที่สุด ในยุคที่ภาพจำนวนมากถูกบริโภคอย่างรวดเร็ว เราเผชิญกับฉากนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน แต่ส่วนใหญ่กลับหายไปโดยไม่ถูกจดจำ ศิลปินเลือกฉากที่ติดอยู่ในใจมาเป็นเวลานานท่ามกลางช่วงเวลาที่เลือนหายไปเหล่านี้ และกลับมามองเวลาและอารมณ์ที่ฉากเหล่านั้นมีอยู่อีกครั้งภายในภาพเขียน ฉากที่บันทึกด้วยภาพถ่ายได้รับลมหายใจอย่างช้าๆ อีกครั้งผ่านจิตรกรรม ภายในผืนผ้าใบ บรรยากาศ อารมณ์ และอุณหภูมิของความสัมพันธ์ในช่วงเวลานั้นได้ซึมซาบอยู่มากกว่าเหตุการณ์เฉพาะเจาะจง วันวันที่ผ่านไปราวกับไม่มีอะไรกลับได้รับความหนาแน่นของเวลาใหม่ผ่านจิตรกรรม และวัตถุกับทิวทัศน์ธรรมดาก็กลายเป็นความทรงจำสำคัญที่ประกอบขึ้นเป็นชีวิต สิ่งที่ศิลปินต้องการคว้าไว้ไม่ใช่ช่วงเวลาพิเศษ แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้เกินไปจนมองไม่เห็น งานของเขาแสดงให้เห็นว่าฉากชีวิตประจำวันอันคุ้นเคยหลงเหลืออยู่ในความทรงจำของเราได้อย่างไร และยังคงอยู่เป็นภาพหนึ่งแม้เวลาจะผ่านไปได้อย่างไร สายตาของเขาไม่ได้ทำให้ชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยกลายเป็นสิ่งแปลกหน้า แต่เป็นการค้นพบความล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในความคุ้นเคยอีกครั้ง ดังนั้น มันจึงไม่ได้เป็นเพียงสื่อบันทึกเวลาที่หายไป แต่เป็นอุปกรณ์ความทรงจำที่ดึงสัมผัสของชีวิตที่กำลังถูกลืมเลือนกลับมาสู่ปัจจุบัน ศิลปินทั้งสามมองไปยังโลกที่แตกต่างกัน แต่สายตาของพวกเขาก็มาพบกัน ณ จุดเดียวกัน สายตาที่หยุดนิ่งอยู่เป็นเวลานานจะไม่บริโภควัตถุ มันคือกระบวนการค่อยๆ เฝ้ามองเพื่อเข้าใจโลก และค้นพบอารมณ์ ชีวิต และเวลาที่ซ่อนอยู่ภายใน Lee Ji-woo ค้นพบสีหน้าของมนุษย์จากทิวทัศน์ Hong Su-jung เผยลมหายใจของชีวิตจากบาดแผล และ Hwang Ho-seok ดึงเอาความหมายอันลึกซึ้งที่สุดของชีวิตออกมาจากชีวิตประจำวันอันธรรมดา ภาพเขียนของพวกเขาทั้งหมดเป็นผลจากการสร้างสรรค์โลกที่แต่ละคนเฝ้ามองมาเป็นเวลานานขึ้นมาใหม่ผ่านเวลาและประสาทสัมผัส และเป็นทิวทัศน์ทางสัมผัสที่ปรากฏขึ้น ณ จุดที่สายตาหยุดลงในที่สุด นิทรรศการนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การแสดงโลกที่ศิลปินทั้งสามคนมองเห็น แต่นิทรรศการนี้ตั้งคำถามอีกครั้งว่าเรากำลังมองอะไรในการดำเนินชีวิต และสิ่งใดที่หยุดนิ่งอยู่ภายในตัวเราจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ช่วงเวลาที่หยุดอยู่หน้าผลงานจะกลายเป็นเวลาให้เราได้ทบทวนชีวิตของตนเองอย่างช้าๆ ร่องรอยของสายตาที่ศิลปินทั้งสามทิ้งไว้บนผืนผ้าใบจะสั่นคลอนความทรงจำและสัมผัสของผู้เข้าชมอย่างเงียบเชียบ และนำพาให้เรากลับมาเผชิญหน้ากับทิวทัศน์ ความสัมพันธ์ และช่วงเวลาในชีวิตประจำวันที่เคยผ่านเลยไป ด้วยสายตาใหม่อีกครั้ง
Gangnam-gu Hidden M Gallery
ดูเส้นทางด้วย Kakao Mapยังไม่มีรีวิว มาแบ่งปันเป็นคนแรกกัน
กรุณาเขียนอย่างน้อย 10 ตัวอักษร โฆษณาและลิงก์จะถูกปฏิเสธ

Gangnam-gu·โซเชียลเวนิว ราอุม

Gangnam-gu·วัดพงอึนซา, ศูนย์วัฒนธรรมพงอึน

Gangnam-gu·ยากิสตูดิโอ

Gangnam-gu·กวังยาอาร์ตเซนเตอร์
![โปสเตอร์ การรับสมัครผู้เรียน [ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตโกลบอลนนฮยอน] ครั้งที่ 2 ประจำปี 2026](/img/5fb75ac9c18ffaa7-card.webp)
Gangnam-gu·ห้องบรรยาย ชั้น 3 ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตระดับโลกนนฮยอน
![โปสเตอร์ นิทรรศการพิเศษร่วม 12 ศูนย์หัตถกรรม ศูนย์การศึกษาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งชาติ 2026 [กงดึลอิม (GONG-DREAM)]](/img/c05f88d1fd003e5a-card.webp)
Gangnam-gu·ห้องจัดแสดง ชั้น 2 ศูนย์การศึกษาถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แห่งชาติ "กยอล"

Cheongju-si·พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติ สาขาชองจู

สวนสัตว์โซลแกรนด์พาร์ค

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลี
Yongsan-gu·พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลี อาคารจัดแสดงถาวร ห้องกรีก-โรมันโบราณ
Saha-gu·พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยปูซาน
Haeundae-gu·พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองปูซาน
![โปสเตอร์ ศิลปินสื่อ AI ระดับโลก [นิทรรศการถาวรครั้งแรกของ Refik Anadol]](/img/cc78601fffe49fa1-card.webp)
Yeongdeungpo-gu·ยออีโด อาคาร 63 ชั้น 1 ล็อบบี้ฝั่งตะวันออก

Jongno-gu·โรงละคร จอง (เดิมคือ M Theater, เดิมคือ Harmonia Art Hall)
![โปสเตอร์ Shear Madness [แทฮังโร]](https://www.kopis.or.kr/upload/pfmPoster/PF_PF241378_260618_130555.gif)
Jongno-gu·Content Box (เดิมคือ Lemeilleur Theater)

Jongno-gu·JTN Art Hall (เดิมคือ Daehangno Arts Madang)

Jongno-gu·โรงละครพารัง (เดิมคือ โทฮยางอาร์ตฮอลล์, เดิมคือ มูดิสฮอลล์)
![โปสเตอร์ หนูน้อยหมวกแดง ระวังนะ! [ชองจู, เซจอง]](https://www.kopis.or.kr/upload/pfmPoster/PF_PF150471_200629_135159.gif)
Cheongju-si·โรงละครขนาดเล็กซเวแนโกล
![โปสเตอร์ นักมายากลทำอาหาร (Cooking Magician) [แทฮังโร]](https://www.kopis.or.kr/upload/pfmPoster/PF_PF151901_241219_103733.gif)
Jongno-gu·โรงละคร มาสิสซึน